การคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์ร่วมและผลิตภัณฑ์พลอยได้

การคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์ร่วมและผลิตภัณฑ์พลอยได้

1. ความหมายของผลิตภัณฑ์ร่วมและผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้

 ผลิตภัณฑ์ร่วม (Joint product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดขึ้นไปซึ่งผลิตได้จากวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเดียวกัน หากผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดสามารถนำออกขายได้ในระดับราคาใกล้เคียงกันก็มักถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ร่วม เช่น การกลั่นน้ำมันดิบย่อมได้ผลิตภัณฑ์หลายประเภท ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันก๊าด ยางมะตอย และผลิตภัณฑ์จากน้ำมันอื่น ๆ หรือในการชำแหละสุกร ก็จะได้เนื้อสันใน เนื้อสันนอก เนื้อสะโพก เครื่องใน ไขมัน ฯลฯ พร้อมกัน

ผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอันเนื่องมาจากกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์หลัก โดยปกติปริมาณ และมูลค่าของผลิตภัณฑ์พลอยได้จะต่ำกว่าผลิตภัณฑ์หลักมาก

            การตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์ประเภทใดควรเข้าลักษณะใดเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากวิธีคิดต้นทุนและการบันทึกบัญชีแตกต่างกันมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ภายหลัง ในกรณีมีข้อสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิตร่วมกันนั้นควรจัดเข้าประเภทใด กรณีเช่นนี้ให้พิจารณาที่มูลค่าขายหรือราคาตลาดของผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน หากมีราคาในระดับใกล้เคียงกันจะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ร่วม แต่ถ้ามีราคาแตกต่างกันอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงจะถือเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ส่วนที่มีราคาต่ำกว่ามาก ๆ จะเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ อย่างไรก็ตามในอุตสาหกรรมเดียวกัน กิจการแห่งหนึ่งอาจถือเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ในขณะที่กิจการอีกแห่งถือเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของฝ่ายบริหารและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

การตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์เป็นชนิดใดเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากวิธีการคิดต้นทุนและการบันทึกบัญชีมีความแตกต่างกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อข้อมูลทางการบัญชี สำหรับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ มีดังนี้

ต้นทุนร่วม (Joint cost) หมายถึง ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงจุดที่เกิดผลิตภัณฑ์หลายชนิด ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นจุดแยกตัวหรือจุดแยกออก (Split-off point) ดังนั้นจุดแยกตัวจึงเป็นจุดที่แยกผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดนั่นเอง

ต้นทุนหลังจุดแยกตัว หรือต้นทุนผลิตเพิ่มเติมหลังจุดแยกตัว (Separable costs) คือ ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการนำเอาผลิตภัณฑ์ประเภทใดประเภทหนึ่งไปผลิตต่อจนเสร็จพร้อมที่จะขายได้ ต้นทุนหลังจุดแยกตัวจะเท่ากับต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจุดแยกตัวจนกระทั่งผลิตเสร็จ ข้อแตกต่างจากต้นทุนประเภทนี้กับต้นทุนร่วม คือ เราสามารถทราบได้ว่า ต้นทุนที่เกิดขึ้นหลังจุดแยกตัวเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใด จำนวนเท่าใด จึงคำนวณต้นทุนเข้ากับผลิตภัณฑ์ได้โดยง่าย

 

2. การบัญชีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ร่วม

             เนื่องจากผลิตภัณฑ์ร่วมเกิดจากกระบวนการผลิตเดียวกัน เป็นการยากที่จะคำนวณต้นทุนการผลิตในกระบวนการผลิตร่วม (Joint process) ให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด จึงต้องมีการปันส่วนต้นทุนร่วมที่เหมาะสมกับสภาพการผลิต วัตถุประสงค์ของการปันส่วนต้นทุนร่วมก็เพื่อจะตีราคาสินค้าคงเหลือและจัดทำงบการเงินประจำงวด เพราะถ้ากิจการไม่ทราบต้นทุนรวมของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด ก็ไม่สามารถคำนวณต้นทุนสินค้าที่ขาย ตีราคาสินค้าคงเหลือ และไม่สามารถจัดทำงบการเงินได้

            ในทางปฏิบัติ กิจการอาจขายผลิตภัณฑ์ร่วมทันที ณ จุดแยกตัว หรืออาจนำไปผลิตต่อ การตัดสินใจจะขายหรือผลิตต่อ ขึ้นกับสภาพการผลิตของกิจการ และกำไรส่วนเพิ่ม (Incremental profit)

            วิธีการปันส่วนต้นทุนร่วมมี 4 วิธี ได้แก่

1) วิธีถัวเฉลี่ย (Average method)  แบ่งโดยถัวเฉลี่ยต้นทุนให้กับผลิตภัณฑ์ทุกชนิดตามจำนวนหน่วยที่ผลิตได้ โดยถือหลักว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดได้ผ่านกระบวนการผลิตอันเดียวกันก็ควรจะได้รับต้นทุนการผลิตเท่า ๆ กัน นั่นคือ ต้นทุนก่อนจุกแยกตัวต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะเท่ากันซึ่งอาจเป็นปัญหาในการรายงานผลิกำไรขาดทุนของกิจการ สินค้าบางชนิดจะขาดทุน บางชนิดจะได้กำไรมาก อันเนื่องมาจากราคาขายที่แตกต่างกัน วิธีนี้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมใบยาสูบ แป้ง การแปรรูปไม้ เป็นต้น

2) วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted average method) ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีข้อแตกต่างกัน เช่น ในเรื่องขนาด น้ำหนัก จำนวนวัตถุดิบที่ใช้ เวลาที่ใช้ผลิตต่างกัน จึงเอาข้อแตกต่างมาพิจารณาในรูปของน้ำหนักให้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดก่อน แล้วจึงแบ่งต้นทุนร่วมให้ตามสัดส่วนของน้ำหนักที่คำนวณได้ วิธีนี้ใช้กับอุตสาหกรรมผลิตอาหารหรือผลไม้กระป๋อง น้ำมัน เคมีภัณฑ์ เป็นต้น วิธีนี้อาจมีปัญหาในการกำหนดจำนวนน้ำหนักที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

3) วิธีราคาตลาด (Market value) หรือ มูลค่าขายสัมพัทธ์ (Relative sales value) ในการผลิตสินค้าต่าง ๆ เพื่อหวังกำไร ดังนั้น ราคาขายหรือราคาตลาดของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะครอบคลุมส่วนที่เป็นต้นทุน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งกำไรที่กิจการต้องการ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ราคาขายมีส่วนสันพันธ์กับต้นทุน ผลิตภัณฑ์ชนิดใดที่มีราคาขายต่อหน่วยสูงก็น่าจะมีต้นทุนสูงตามไปด้วย และผลิตภัณฑ์ชนิดใดมีราคาต่อหน่วยต่ำก็จะมีต้นทุนต่ำไปตามสัดส่วน

- มูลค่าขายสัมพัทธ์หรือราคาตลาด เกณฑ์นี้จะนำมาใช้ในกรณีที่กิจการนำสินค้าออกขายทันที ณ จุดแยกตัว

            - มูลค่าขายสุทธิสัมพัทธ์ จะนำมาใช้ในกรณีที่กิจการนำผลิตภัณฑ์ไปผลิตเพิ่มเติมหลังจุดแยกตัว  ซึ่งมูลค่าขายที่ถูกประมาณขึ้นมาภายใต้สภาพการค้าโดยปกติ แล้วหักด้วยต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในกากรผลิตเพิ่มเติมหลังจุดแยกตัว กิจการที่ไม่สามารถหาราคาตลาดของผลิตภัณฑ์ ณ จุดแยกตัวเนื่องจากไม่มีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดนั้น ๆ อาจใช้เกณฑ์มูลค่าขายสุทธิสัมพัทธ์ในการปันส่วนต้นทุนร่วม

4) วิธีอัตรากำไรคงที่ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตได้เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมที่จะให้กำไรแก่กิจการในอัตราเท่าเทียมกัน จึงมีการกำหนดอัตรากำไรที่ต้องการไว้ล่วงหน้าแล้วนำอัตรากำไรนี้ไปคำนวณจำนวนกำไรที่คาดว่าจะได้รับจากผลิตภัณฑ์ร่วมแต่ละประเภท และนำไปคำนวณหาต้นทุนรวมและต้นทุนก่อนจุดแยกตัว ซึ่งเป็นต้นทุนร่วมที่แบ่งให้สินค้าแต่ละชนิด

การปันส่วนต้นทุนร่วม พิจารณาแยกเป็น 2 กรณี คือ แสดงการขายทันที ณ จุดแยกตัวโดยไม่นำไปผลิตต่อ และ แสดงการขายหลังผลิตเพิ่มเติมหลังจุดแยกตัว เป็นดังนี้

 

2.1 การปันส่วนต้นทุนร่วม ณ จุดแยกตัว โดยไม่นำไปผลิตเพิ่มเติม

            ตัวอย่าง บริษัท พรนุรักษ์ จำกัด ผลิตสินค้าได้ 3 ชนิด ต้นทุนร่วมในการผลิตเท่ากับ 360,000 บาท กิจการนำสินค้าทั้งหมดออกขายทันที ณ จุดแยกตัว ข้อมูลการผลิตและขายทั้ง 3 ชนิด ในระหว่างเดือน มกราคม 2548 มีดังนี้

 

น้ำหนักที่ผลิตได้ (กิโลกรัม)

ปริมาณที่ผลิต (หน่วย)

ปริมาณขาย (หน่วย)

ราคาขายต่อหน่วย (บาท)

สินค้า ก

10,000

5,000

4,000

32

สินค้า ข

15,000

6,000

5,000

24

สินค้า ค

5,000

7,000

6,000

28

รวม

30,000

18,000

15,000

 

การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าแต่ละชนิด โดยแบ่งต้นทุนร่วม เป็นดังนี้

1) วิธีถัวเฉลี่ย

ต้นทุนร่วมต่อหน่วย       = ต้นทุนร่วมทั้งหมด/ปริมาณรวมของสินค้า
                                    = 360,000/18,000 
                                    
=  20 บาทต่อหน่วย

การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยโดยการปันส่วนต้นทุนร่วมแสดงได้ดังนี้

สินค้า

ปริมาณผลิต

ต้นทุนร่วมแบ่งให้

ต้นทุนต่อหน่วย

ราคาขายต่อหน่วย

กำไรต่อหน่วย

%ของกำไรต่อยอดขาย

ก

5,000

100,000

20

32

12

37.50

ข

6,000

120,000

20

24

4

16.60

ค

7,000

140,000

20

28

8

28.60

รวม

18,000

360,000

 

 

 

 

 

2) วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ใช้นำหนักของสินค้าแต่ละชนิด)

ต้นทุนร่วมต่อหน่วย      = ต้นทุนร่วมทั้งหมด/น้ำหนักรวมของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตได้
                                    = 360,000/30,000  
                                    
= 12 บาทต่อปอนด์

การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยโดยการปันส่วนต้นทุนร่วมแสดงได้ดังนี้

สินค้า

น้ำหนักที่ผลิตได้

ต้นทุนร่วมที่แบ่งให้

ปริมาณผลิต

ต้นทุนต่อหน่วย

ราคาขายต่อหน่วย

กำไร(ขาดทุน)ต่อหน่วย

% ของกำไรต่อยอดขาย

ก

10,000

120,000

 5,000

24

32

8

25

ข

15,000

180,000

 6,000

30

24

(6)

(25)

ค

 5,000

  60,000

 7,000

8.57

28

19.43

69.4

รวม

30,000

360,000

18,000

 

 

 

 

 

3) วิธีมูลค่าขายสัมพัทธ์

อัตราร้อยละของต้นทุนร่วมต่อมูลค่าขาย         = ต้นทุนร่วม x 100/มูลค่าขาย
                                                                    = 360,000 x 100/500,000             
                                                                    
= 72%

การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยโดยการปันส่วนต้นทุนร่วมแสดงได้ดังนี้

สินค้า

ปริมาณที่ผลิต

ราคาขายต่อหน่วย

มูลค่าขาย

ต้นทุนร่วมที่แบ่งให้

ต้นทุนต่อหน่วย

กำไร(ขาดทุน)ต่อหน่วย

% ของกำไรต่อยอดขาย

ก

 5,000

32

160,000

115,200

23.04

8.96

28

ข

 6,000

24

144,000

103,680

17.28

6.72

28

ค

 7,000

28

196,000

141,120

20.16

7.84

28

รวม

18,000

 

500,000

360,000

 

 

 

 

4) วิธีอัตรากำไรคงที่ (สมมติกำหนดอัตรากำไรที่ต้องการ 25% ของมูลค่าขาย)

ต้นทุนก่อนจุดแยกตัวของผลิตภัณฑ์ร่วม        = มูลค่าขายสินค้า – กำไรที่คาดว่าจะได้รับ
ต้นทุนก่อนจุดแยกตัวของผลิตภัณฑ์ ก           = 160,000 – 25%(160,000)           = 120,000บาท
ต้นทุนก่อนจุดแยกตัวของผลิตภัณฑ์ ข           = 144,000 – 25%(144,000)           = 108,000บาท
ต้นทุนก่อนจุดแยกตัวของผลิตภัณฑ์ ค           = 196,000 – 25%(196,000)           = 147,000บาท
การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยโดยการปันส่วนต้นทุนร่วมแสดงได้ดังนี้

สินค้า

ปริมาณผลิต

ต้นทุนร่วมก่อนจุดแยกตัว

ต้นทุนต่อหน่วย

ราคาขายต่อหน่วย

กำไร(ขาดทุน)ต่อหน่วย

%ของกำไรต่อยอดขาย

ก

5,000

120,000

24

32

8

25

ข

6,000

108,000

18

24

6

25

ค

7,000

147,000

21

28

7

25

หากปรับอัตรากำไรที่ต้องการจาก 25% ของมูลค่าขาย เป็น 28% ของมูลค่าขาย ผลการคำนวณจะเป็นเช่นเดียวกับวิธีมูลค่าขายสัมพัทธ์

เมื่อสรุปผลการคำนวณต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าแต่ละชนิดตามเกณฑ์การปันส่วนที่แตกต่างกันสรุปผลดังนี้

เกณฑ์การปันส่วน

ต้นทุนต่อหน่วย (บาท)

อัตรากำไรขั้นต้น (%)

ก

ข

ค

ก

ข

ค

1. วิธีถัวเฉลี่ย

20

20

20

37.50

16.60

28.60

2. วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

24

30

8.57

25.00

(25.00)

69.40

3. วิธีมูลค่าขายสัมพัทธ์

23.04

17.28

20.16

28

28

28

4. วิธีอัตรากำไรคงที่ (28%)

23.04

17.28

20.16

28

28

28

 การจัดทำงบกำไรขาดทุนและงบดุล

บริษัท พรนุรักษ์ จำกัด
งบกำไรขาดทุน (บางส่วน)
สำหรับเดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2548

วิธีถัวเฉลี่ย

 

ก

ข

ค

รวม

ขาย

128,000

120,000

168,000

416,000

หัก ต้นทุนสินค้าที่ขาย

80,000

100,000

120,000

300,000

กำไรขั้นต้น

48,000

20,000

48,000

116,000

วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

 

ก

ข

ค

รวม

ขาย

128,000

120,000

168,000

416,000

หัก ต้นทุนสินค้าที่ขาย

96,000

150,000

51,000

297,000

กำไรขั้นต้น

32,000

(30,000)

117,000

119,000

วิธีมูลค่าขายสัมพัทธ์และวิธีอัตรากำไรคงที่

 

ก

ข

ค

รวม

ขาย

128,000

120,000

168,000

416,000

หัก ต้นทุนสินค้าที่ขาย

92,000

86,000

121,000

299,000

กำไรขั้นต้น

36,000

34,000

47,000

117,000

บริษัท พรนุรักษ์ จำกัด
งบดุล (บางส่วน)
วันที่ 31 มกราคม 2548

 

วิธีถัวเฉลี่ย

วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

วิธีมูลค่าขายสัมพัทธ์และวิธีอัตรากำไรคงที่

สินค้าคงเหลือ

ก (1,000 x 20)= 20,000

ก (1,000 x 24)= 24,000

ก (1,000 x 23.04)= 23,040

ข (1,000 x 20)= 20,000

ข (1,000 x 30)= 30,000

ข (1,000 x 17.28)= 17,280

ค (1,000 x 20)= 20,000

ค (1,000 x 8.57)=8,570

ค (1,000 x 20.16)= 20,160

                      60,000

                      62,570

                          60,480

 

2.2 การปันส่วนต้นทุนร่วม ณ จุดแยกตัว โดยนำไปผลิตเพิ่มเติม

            ตัวอย่าง จากตัวอย่างเดิม บริษัทนำสินค้า ข และสินค้า ค ไปผลิตเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีตลาดรับซื้อโดยเกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตเพิ่มเติม 40,000 บาท และ 110,000 บาทตามลำดับ โดยมีปริมาณผลิตและขายสินค้า ดังนี้

สินค้า

ปริมาณผลิต (หน่วย)

ปริมาณขาย (หน่วย)

สินค้าคงเหลือ (หน่วย)

ราคาขายต่อหน่วย(บาท)

ก

5,000

4,000

1,000

32

ข

6,000

5,000

1,000

40

ค

7,000

6,000

1,000

50

            ข้อมูลต่าง ๆ สรุปได้ดังภาพ

1) วิธีถัวเฉลี่ย เมื่อใช้ปริมาณหน่วยผลิตเป็นเกณฑ์ในการปันส่วนต้นทุน ซึ่งสินค้าทุกชนิดได้รับการปันส่วนหน่วยละ 20 บาท แล้วจึงนำต้นทุนเพิ่มหลังจุดแยกตัวมารวม เพื่อหาต้นทุนทั้งหมดและต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าแต่ละชนิด การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยโดยการปันส่วนต้นทุนรวมแสดงได้ดังนี้ 

สินค้า

ปริมาณผลิต (หน่วย)

ต้นทุนร่วมที่แบ่งให้(บาท)

ต้นทุนผลิตเพิ่มเติม (บาท)

ต้นทุนรวม(บาท)

ต้นทุนต่อหน่วย (บาท)

ราคาขายต่อหน่วย (บาท)

กำไรต่อหน่วย (บาท)

%กำไรต่อยอดขาย

ก

 5,000

100,000

-

100,000

20

32

12

37.5

ข

 6,000

120,000

 40,000

160,000

26.67

40

13.33

33.3

ค

 7,000

140,000

110,000

250,000

35.71

50

14.29

28.6

รวม

18,000

360,000

150,000

510,000

 

 

 

 

 

2) วิธีมูลค่าขายสุทธิสัมพัทธ์  

            มูลค่าขายสุทธิสัมพัทธ์       = มูลค่าขายของหน่วยทั้งหมดที่ผลิตได้ – ต้นทุนผลิตเพิ่มเติม

สินค้า

ปริมาณผลิต (หน่วย)

ราคาขายต่อหน่วย (บาท)

ยอดขายรวม (บาท)

ต้นทุนผลิตเพิ่มเติม (บาท)

มูลค่าขายสุทธิสัมพัทธ์(บาท)

ต้นทุนร่วมที่แบ่งให้(บาท)

ต้นทุนรวมทั้งหมด (บาท)

ต้นทุนต่อหน่วย (บาท)

กำไรต่อหน่วย (บาท)

%กำไรต่อยอดขาย

ก

 5,000

32

160,000

-

160,000

 96,000

 96,000

19.20

12.80

40.0

ข

 6,000

40

240,000

 40,000

200,000

120,000

160,000

26.67

13.33

33.3

ค

 7,000

50

350,000

110,000

240,000

144,000

254,000

36.29

13.71

27.4

รวม

18,000

 

750,000

150,000

600,000

360,000

510,000

 

 

 

 

3) วิธีอัตรากำไรคงที่ (กำหนดอัตรากำไรคงที่ 32% ของค่าขาย)

            ต้นทุนก่อนจุดแยกตัวของสินค้า = มูลค่าขายของหน่วยทั้งหมดที่ผลิตได้ – กำไรที่ต้องการ  - ต้นทุนผลิตเพิ่มเติม

สินค้า

ปริมาณผลิต (หน่วย)

ราคาขายต่อหน่วย (บาท)

ยอดขายรวม (บาท)

จำนวนกำไรที่ต้องการ(บาท)

ต้นทุนผลิตเพิ่ม(บาท)

ต้นทุนร่วมที่แบ่งให้(บาท)

ต้นทุนรวมทั้งหมด (บาท)

ต้นทุนต่อหน่วย (บาท)

กำไรต่อหน่วย (บาท)

%กำไรต่อยอดขาย

ก

 5,000

32

160,000

 51,000

-

108,800

108,800

21.76

10.24

32

ข

 6,000

40

240,000

 76,800

 40,000

123,200

163,200

27.20

12.80

32

ค

 7,000

50

350,000

112,000

110,000

128,000

238,000

34.00

16.00

32

รวม

18,000

 

750,000

240,000

150,00

360,000

510,000

 

 

 

บทความโดย : https://home.kku.ac.th 

 20474
Visitor
Get started for free today. Free Trial
Create a website for free Online Stores