การปรับปรุงแบบ ภ.พ.30 และใบแนบ ภ.พ.30

การปรับปรุงแบบ ภ.พ.30 และใบแนบ ภ.พ.30



ในระบบภาษีของไทย ถ้ากิจการของคุณขายของหรือให้บริการ และได้รับการจดทะเบียน VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) คุณจะต้องยื่น
“แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม” ทุกเดือน

 แบบ ภ.พ.30 เป็นเอกสารที่รวบรวม “ภาษีขาย (VAT ที่เราเก็บจากลูกค้า)” และ “ภาษีซื้อ (VAT ที่เราเสียตอนซื้อสินค้า, บริการ, ต้นทุน)” ของธุรกิจ ในหนึ่งเดือน เพื่อคำนวณสุทธิว่า “ธุรกิจต้องจ่าย VAT เพิ่ม” หรือ “ขอคืน, ยกยอดภาษีซื้อ” ได้
 ถ้ากิจการมีหลายสาขา จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับแต่ละสาขา ถ้าจะยื่นรวมอาจต้องขออนุมัติก่อนจากกรมสรรพากร
และล่าสุดทางกรมสรรพากรได้มีการปรับปรุงแบบ ภ.พ.30 และเพิ่ม “ใบแนบ ภ.พ.30” เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน ตรวจสอบง่ายขึ้น เริ่มใช้จริงตั้งแต่ “1 มีนาคม 2569” เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : กรมสรรพากร

ใครที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 บ้าง...?
 • ธุรกิจคุณ “จด VAT แล้ว” และโดยทั่วไปมีรายได้จากขายสินค้าหรือบริการ “เกิน8 ล้านบาท/ปี” ถ้าเกินเกณฑ์นี้ รัฐถือว่าคุณต้องจด VAT และยื่น ภ.พ.30 ประจำ
 • แม้ในเดือนนั้น “ยอดขาย = 0” (ไม่มีรายได้) ถ้ายังจด VAT นั่นก็หมายความว่า “ต้องยื่น” ภ.พ.30 (ยื่นแบบว่าง) เพื่อไม่ให้โดนค่าปรับ

จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เมื่อไหร่...?
• 
แบบ ภ.พ.30 ต้องยื่นภายใน “วันที่ 15 ของเดือนถัดไป”
 ถ้ามีหลายสาขา และยังไม่ได้ขอยื่นรวม แต่ละสาขาต้องยื่นแยกต่างหาก (ยกเว้นได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้ยื่นรวม)

ทำไม ภ.พ. 30 ตอนนี้ถึงมีการ “อัปเดตใหม่”
 การออก “ใบแนบ ภ.พ.30” แบบใหม่ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนกระดาษ แต่คือการยกระดับมาตรฐานให้ “ข้อมูลครบ ชัด โปร่งใส” มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่มีหลายสาขา หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก หรือโลจิสติกส์
 ลดโอกาส “กรอกผิด, หยิบเอกสารผิด, ยื่นไม่ครบ” เพราะข้อมูลละเอียด เอกสารครบทั้งยอดขาย ยอดซื้อ แยกตามสาขา
 สำหรับธุรกิจนำเข้า, ส่งออก ทำให้การเชื่อมโยงระหว่าง “ภาษีในประเทศ (VAT)” กับ “พิธีการศุลกากร, การขนส่ง” ชัดเจนขึ้น ช่วยให้บัญชี + ภาษี + โลจิสติกส์ไม่สับสนเวลาตรวจสอบ
 ถ้าธุรกิจไหนยังใช้ระบบเก่า ถ้าไม่รีบปรับ มีโอกาสเจอปัญหาเรื่องเอกสารไม่ครบ ถูกตีกลับ ตรวจสอบย้อนหลัง เจอภาษีย้อนหลัง หรือโดนปรับเงินเพิ่ม

เริ่มใช้งานแบบ ภ.พ.30 รูปแบบใหม่เมื่อไหร่...?
          การที่กรมสรรพากรออก “ใบแนบ ภ.พ.30” แบบใหม่ และกำหนดเริ่มใช้ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ถ้าไม่อัปเดตระบบเอกสาร ภาษี และบัญชีให้ดี โอกาสพลาด โดนปรับ หรือปัญหาตามมาภายหลัง

มีจุดใดที่ปรับเปลี่ยนบ้าง...?
 ทางกรมสรรพากรได้มีการปรับเปลี่ยนแบบ ภ.พ.30 ทั้ง “ใบปะหน้า” และ “ใบแนบ” โดยมีทั้งหมด 4 จุด ดังนี้
 “เพิ่ม” รายละเอียดที่อยู่ สำหรับการระบุข้อมูล “แยก” เพื่อความชัดเจน
 “เพิ่ม” รายการในการคำนวณภาษีกรณีที่ยื่นเพิ่มเติม และช่องสำหรับกรอกจำนวนเงินแต่ละรายการ เพื่อความสะดวกในการปรับปรุงรายการ
 “คืนเงินภาษี” ผ่านระบบพร้อมเพย์เป็นช่องทางหลัก เพื่อความสะดวกเมื่อท่านลงชื่อขอคืน
 “ปรับปรุง” ใบแนบ ภ.พ.30 กรณียื่นเพิ่มเติม เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล




ถ้าคุณคือเจ้าของธุรกิจควรเริ่มเตรียมอะไรบ้าง…?
• 
การอัปเดตระบบบัญชี, ระบบเอกสารภายในบริษัท แยกเก็บเอกสาร “ภาษีซื้อ” กับ “ภาษีขาย” ให้ชัดเจน (ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ใบส่งของ ใบรับของ ฯลฯ) ถ้ามีหลายสาขาแยกเอกสารของแต่ละสาขาอย่างเป็นระบบ แต่ถ้าท่านใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ Prosoft ibiz จะหมดปัญหานี้ทันที
 เตรียมใช้ “ใบแนบ ภ.พ.30” ตามแบบใหม่ รวบรวมและเตรียมรายละเอียดทุกอย่างให้ครบ (รายการสินค้า, บริการ, ยอดซื้อ, ยอดขาย, VAT, สาขา, หมายเลขเอกสารอ้างอิง ฯลฯ)
 วางแผนในการยื่น ภ.พ.30 + ใบแนบ เป็นกิจวัตร กำหนดให้ฝ่ายบัญชี, การเงินเตรียมเอกสารก่อนสิ้นเดือน และยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
 สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก, โลจิสติกส์ที่มีหลายสาขาควรรีบตรวจสอบว่า “เอกสารส่งออก, ขนส่ง, ศุลกากร” ที่เกี่ยวข้องสามารถจับคู่กับ “ภาษีซื้อ–ขาย” ได้ไหมเพื่อให้ใบแนบครบถ้วน

เขียนและเรียบเรียงโดย บริษัท โปรซอฟท์ ซีอาร์เอ็ม จำกัด | 03 ธันวาคม 2568
 1827
Visitor
Get started for free today. Free Trial
Create a website for free Online Stores