เวลาพูดถึง “ความมั่งคั่ง” คุณนึกถึงอะไร?
เชื่อหรือไม่... คำตอบของคนส่วนใหญ่เกือบร้อยทั้งร้อยจะนึกถึงภาพคนที่มี “รายได้สูงๆ”
“มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย” หรือ “คนที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย” เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องหมายแสดงฐานะทางสังคมสื่อให้เห็นถึงความมั่งคั่งร่ำรวยของบุคคล
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก... ที่ทุกวันนี้ เราเห็นผู้คนวิ่งวุ่นอยู่กับการทำงานหาเงินไว้จับจ่ายใช้สอย หรือซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อสร้างความสุข ความสะดวกสบาย และยกระดับฐานะตนเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร หากคนๆ นั้นรู้จักกินอยู่อย่างพอดี ไม่พยายามก่อหนี้ และมีเงินเก็บออมพอประมาณ แต่สำหรับคนที่ชอบกินอยู่เกินฐานะ ใช้จ่ายมากกว่าที่หาได้ ดิ้นรนกู้หนี้ยืมสิน ผ่อนทุกอย่างในชีวิตเท่าที่จะผ่อนได้ คนเหล่านี้แม้จะมีเฟอร์นิเจอร์รอบกาย แต่ก็มีหนี้สินรอบตัว อย่างนี้เราถือว่ายังไม่มั่งคั่ง
ถ้าอย่างนั้น... ความมั่งคั่งคืออะไรกันแน่?
“ความมั่งคั่ง” คือ เงินที่เหลืออยู่ หลังจากที่นำทรัพย์สินทั้งหมด ลบด้วยหนี้สินทั้งหมดของคุณ ยิ่งคุณมีทรัพย์สินสุทธิมากเท่าใด โอกาสที่จะนำเงินไปต่อยอดสร้างความมั่งคั่งก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น สื่อให้เห็นถึงความมั่งคั่งร่ำรวยของบุคคล

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามั่งคั่งแล้ว?
หลายคนมักถามเชิงบ่นว่า “เมื่อไหร่จะรวย” หรือไม่ก็ “เมื่อไหร่จะมั่งคั่ง” เอาเป็นว่า... ก่อนจะมั่งคั่ง เราต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน ดูง่ายๆ จาก...

“รายได้จากทรัพย์สิน” หมายถึง รายได้หรือดอกผลที่มาจากทรัพย์สินลงทุนต่างๆ เช่น ?
ดอกเบี้ย (เงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้)
เงินปันผล (หุ้นสหกรณ์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ)
กำไรจากการลงทุน (หุ้น หน่วยลงทุนในกองทุนรวม ฯลฯ)
ค่าเช่า (บ้าน อาคาร ที่ดิน แท๊กซี่ ฯลฯ)
กำไรจากทรัพย์สินที่เพิ่มค่า (ทองคำ ของสะสม เช่น ภาพวาด หนังสือหายาก ฯลฯ)
ค่าลิขสิทธิ์ (ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น งานเขียน)
รายได้จากการลงทุนทำกิจการของตนเอง กิจการในครอบครัว หรือลงทุนร่วมกับคนอื่นๆ ฯลฯ
รอดแล้ว เมื่อไหร่จะรวย?
หากอยู่รอดได้แล้ว วิธีที่จะทำให้รู้ว่าคุณมั่งคั่งและมีอิสรภาพทางการเงินแล้วหรือยัง ดูได้จาก...

